คอมมานโดรวบ ‘หนึ่ง อยุธยา’ ลวงดญ.15 ย่ำยีข้ามจังหวัด อ้างสนิทน้าสาว-เจ้าตัวยังปากแข็งไม่ได้มีเพศสัมพันธ์หรือล่วงละเมิดทางเพศ

เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. และ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. นำกำลังเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันเข้าจับกุมตัว นายพรเทพ หรือ หนึ่ง (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเขียว ที่ 109/2569 ลงวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ในข้อหา “ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น

โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปีไปเสียจากผู้ปกครองดูแล โดยผู้เยาว์ไม่เต็มใจไปด้วย, พาบุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเพื่ออนาจาร, และข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ หลายกรรมต่างกัน” โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าปากซอย 2 บ้านเอื้ออาทรเทศบาลตำบลบ้านสร้าง ต.บ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปี 2567 ขณะนั้น น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ผู้เสียหาย อาศัยอยู่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รู้จักกับนายพรเทพ ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันและมีความสนิทสนมกับน้าสาวของผู้เสียหายที่เป็นช่างทำผม ทำให้ผู้ต้องหาแวะเวียนมาหาบ่อยครั้งจนเกิดความคุ้นเคย ก่อนจะอาศัยความไว้ใจชักชวนผู้เสียหายไปเที่ยวและทำกิจกรรมร่วมกัน จนความสัมพันธ์พัฒนาไปในเชิงชู้สาวและแอบมีความสัมพันธ์ทางเพศกันเรื่อยมา
ต่อมาผู้เสียหายได้ย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่ จ.ชัยภูมิ แต่ผู้ต้องหายังคงเดินทางตามไปหาและมีความสัมพันธ์ทางเพศกันอย่างต่อเนื่อง กระทั่งต่อมามีพลเมืองดีพบเห็นความผิดปกติ ประกอบกับมีคลิปวิดีโอหลุดเผยแพร่ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา น้าสาวของผู้เสียหายทราบเรื่องจึงเค้นสอบถาม จน น.ส.เอ ยอมรับสารภาพทั้งน้ำตาว่าถูกนายพรเทพย่ำยีมาตลอด แต่ที่ผ่านมาไม่กล้าบอกใครเพราะอับอายและหวาดกลัว น้าสาวจึงพาร่างเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเอื้ออาทรเทศบาลตำบลบ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงนำกำลังลงพื้นที่ซุ่มโปร่ง กระทั่งพบตัวนายพรเทพปรากฏตัวอยู่บริเวณหน้าปากซอย 2 จึงแสดงตัวพร้อมหมายจับเข้าทำการจับกุมตัวได้ในที่สุด
สอบสวนเบื้องต้น: นายพรเทพ ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่ารู้จักกับน้าสาวและผู้เสียหายจริง เคยพาผู้เสียหายไปเที่ยวและให้เงินใช้บ้าง รวมถึงเคยเดินทางไปเที่ยวที่ จ.ชัยภูมิ ด้วยกันจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้มีเพศสัมพันธ์หรือล่วงละเมิดทางเพศผู้เสียหายตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การ เนื่องจากขัดแย้งกับพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหาย จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.
